Instructions for Author

บันทึกเมื่อวันที่ 07 สิงหาคม 2563 ชม 6254 ครั้ง   บันทึกโดยคุณ bubblekk   


 รายละเอียดการเขียนบทความของเชียงใหม่ทันตแพทยสาร

1. ประเภทของบทความ

   บทความที่ลงพิมพ์ในเชียงใหม่ทันตแพทยสารมีดังนี้

   1.1 บทวิทยาการ (Original article) ได้แก่ รายงานผลการวิจัย หรือผลงานทางวิชาการใหม่ที่ยังไม่เคยลงตีพิมพ์ในหนังสือใดมาก่อน

   1.2 บทความปริทัศน์ (Review article) ได้แก่ บทความที่รวบรวม ข้อมูลที่สําคัญจากหนังสือหรือวารสารต่างๆและจากความรู้ประสบการณ์ของผู้เขียนนํามาเรียบเรียง วิเคราะห์ วิจารณ์ เปรียบเทียบ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจโดยละเอียดและลึกซึ้งขึ้น

   1.3 รายงานผู้ป่วย (Case Report) ได้แก่ รายงานกรณีศึกษาที่น่าสนใจของผู้ป่วย ซึ่งควรครอบคลุมถึงลักษณะอาการทางคลินิก การวินิจฉัยโรค การดูแลรักษาผู้ป่วยรวมทั้งการประเมินผลการรักษา

   1.4 ปกิณกะ (Miscellany) ได้แก่ บทความทั่วๆไป ข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะ ข่าวที่เป็นประโยชน์ เรื่องแปล ย่อความจากวารสารต่างประเทศ บทคัดย่อ งานวิจัยใหม่ การแนะนําสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ถามและตอบปัญหาทางวิชาการ

2. การเตรียมต้นฉบับ

   ต้นฉบับที่ส่งมาจะต้องชัดเจนโดยส่งมาที่บรรณาธิการจํานวน 2 ชุด (รวมทั้งภาพประกอบต่างๆ) ผู้เขียนควรมีสําเนาเก็บไว้เอง 1 ชุด และควรเตรียมต้นฉบับดังนี้

   2.1 การพิมพ์ต้นฉบับ พิมพ์ด้วยกระดาษพิมพ์สั้น (A4) พิมพ์เว้นบรรทัด (double space) ให้ห่างจากขอบกระดาษทุกด้าน ด้านละ 1 นิ้ว ขีดเส้นใต้หัวข้อสําคัญและพิมพ์หน้าเดียว เขียนเลขที่หน้าไว้ที่มุมบนขวาของกระดาษในกรณีที่พิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ ให้ใช้โปรแกรมเอกสารเวิร์ด (Word Document) และส่ง File ต้นฉบับในแผ่น CD มาด้วย 2 แผ่น

   2.2 บทความไม่ควรยาวเกินไป จํานวนทั้งหมดไม่ควรเกิน 20 หน้า รวมทั้งตาราง ภาพประกอบต่างๆ

   2.3 ภาษา บทความทุกประเภทจะใช้ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ บทความที่ใช้ภาษาไทยต้องใช้ศัพท์วิชาการที่รับรองโดยราชบัณฑิตยสถานหรือศัพท์สําหรับที่ยังไม้ได้บัญญัติให้เขียนทับศัพท์ตามหลักเกณฑ์ของราชบัฑิตสถานแล้วเทียบคําภาษาเดิมไว้ในวงเล็บในครั้งแรกที่ใช้คํานั้น

   2.4 ภาพประกอบ ต้องเป็นภาพที่ชัดเจน ใช้ภาพขาว-ดํา ถ้าเป็นภาพเขียน ให้เขียนบนกระดาษขาวมันหนาเขียนด้วยหมึกเขียนแบบ เขียนหมายเลขของภาพ ชื่อผู้เขียน และเครื่องหมายแสดงขอบบนของภาพไว้ด้านหลังภาพด้วยดินสอ กรณีใช้รูปที่เป็นไฟล์อิเล็คทรอนิกส์ให้บันทึกในรูปแบบของ TIFF หรือ JPEG ที่ความละเอียดสูงสุด คําบรรยายแต่ละภาพให้พิมพ์แยกไว้ต่างหาก โดยเขียนบรรยายภาพทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พิมพ์เรียงตามลําดับภาพ ให้นําภาพใส่ซองต่างหาก กรณีเป็นไฟล์ภาพให้แยกเป็นไฟล์ต่างหาก สําหรับภาพสี ถ้าผู้เขียนต้องการให้พิมพ์ภาพสี ผู้เขียนต้องเป็นผู้จ่ายค่าพิมพ์สีเอง

   2.5 ตารางพิมพ์แยกไว้ต่างหาก โดยพิมพ์ 1 หน้า ต่อ 1 ตาราง รวมทั้งพิมพ์หัวข้อ (title) เชิงอรรถ (footnote) บรรยายคําย่อ และนัยสําคัญทางสถิติทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และทําเครื่องหมายในต้นฉบับบอกตําแหน่งที่ต้องการวางตาราง และภาพต่างๆไว้

 3. รูปแบบการเขียนบทความ

   บทความวิทยาการและบทความปริทัศน์ควรประกอบด้วยหัวข้อต่างๆ ดังต่อไปนี้

   3.1 ชื่อเรื่อง (Title) ควรเป็นข้อความที่กระทัดรัดบ่งชี้ถึงสาระสําคัญของเรื่องไม่ใช้คําย่อ พิมพ์แยกไว้ในแผ่นแรก ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

   3.2 ชื่อผู้เขียน (Author) พิมพ์ไว้ในแผ่นที่ 2 ถ้ามีผู้เขียนหลายคนให้เรียงตามลําดับความสําคัญต่อเรื่องนั้นพร้อมทั้งให้รายละเอียดเกี่ยวกับผู้เขียน เช่น วุฒิการศึกษา ตําแหน่ง สถาบันที่ทํางาน หรือที่อยู่ที่ติดต่อได้ทางไปรษณีย์โดยพิมพ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ และ e.mail address พร้อมทั้งระบุผู้เขียนที่เป็น Corresponding Author ด้วย

   3.3 บทคัดย่อ (Abstract) จะต้องมีบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นบทความสั้นๆ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ วิธีการ ผลการศึกษา โดยย่อ ไม่ต้องอ้างอิงเอกสารรูปภาพ ตารางหรือข้อวิจารณ์ใดๆ มีความยาวไม่เกิน 200 คํา (โดยประมาณ)

       คําสําคัญ (Keyword) บทความใดที่มีคําสําคัญที่ประกอบด้วยข้อความสั้นๆ หรือมี 3-10 พยางค์ ที่ช่วยในการจัดดัชนีหากใช้ภาษาอังกฤษให้ใช้คําจาก Medical Subject Headings Listed in Index Medicus

   3.4 เนื้อเรื่อง (Text) ควรแบ่งป็นหัวข้อดังต่อไปนี้ (ถ้าเขียนเป็นภาษาไทย ไม่ต้องวงเล็บแต่ละหัวข้อเป็นภาษาอังกฤษ)

          3.4.1 บทนํา (Introduction) กล่าวถึงความเป็นมาทางวิชาการของเรื่อง โดยปริทัศน์ข้อมูล

       จากรายงานการวิจัย และการศึกษาที่ผ่านมา ตลอดจนบอกวัตถุประสงค์และเหตุจูงใจในการเขียนบทความหรือทําการศึกษานี้ไม่ควรยาวเกินไป แต่ให้อ่านเข้าใจง่าย

          3.4.2 วัสดุอุปกรณ์และวิธีการ (Materials and Methods) กล่าวถึงวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการวิจัยหรือการศึกษานี้ รวมทั้งขั้นตอนและวิธีการที่ได้ข้อมูลต่างๆ มาอย่างชัดเจน

          3.4.3 ผลการศึกษา (Results) กล่าวถึงผลการศึกษา โดยอาศัยตารางหรือภาพประกอบตามความเหมาะสม

          3.4.4 บทวิจารณ์ (Discussion) เป็น การวิจารณ์ จากความเห็นของผู้เขียนเปรียบเทียบกับ

รายงานของผู้อื่นซึ่งอาจวิจารณ์วัสดุอุปกรณ์ วิธีทํา และผลการศึกษา รวมทั้งข้อดีข้อเสีย ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ชี้ให้เห็นแนวทางที่จะนําไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อไป และให้ข้อเสนอแนะตามสมควร

          3.4.5 บทสรุป (Conclusions) กล่าวถึงผลการศึกษาหรือการวิจัยโดยย่อและข้อสรุปที่ได้จากการวิจารณ์

          3.4.6 กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgements) กล่าวขอบคุณผู้ที่ให้ทุนสนับสนุน หรือบุคคลที่มีส่วนช่วยเหลือในการเขียนบทความนี้

        3.4.7 เอกสารอ้างอิง (References) ควรอ้างอิงเฉพาะเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบทความหรือการศึกษาของผู้เขียน จํานวนเอกสารอ้างอิงทั้งหมดไม่ควรเกิน 80 ฉบับ การอ้างอิงเอกสารให้เรียงตามลําดับตามที่อ้างอิงถึงโดยใช้เป็นตัวเลข ซึ่งเป็นตัวยกอยู่ในวงเล็บ เริ่มต้นที่หมายเลข 1 ในบทความส่วนด้านท้ายบทความให้พิมพ์ชื่อเอกสารอ้างอิงเรียงตามลําดับ โดยสอดคล้องกับที่อ้างอิงในบทความในกรณีที่มีผู้แต่งน้อยกว่า หรือเท่ากับ 6 ให้ระบุชื่อผู้แต่งทุกคน ในกรณีที่มีผู้แต่งมากกว่าหรือเท่ากับ 7 ให้ระบุเฉพาะชื่อผู้แต่ง 3 คนแรก ตามด้วย et al. การย่อชื่อวารสารให้เป็นไปตาม Index Medicusฉบับล่าสุด

ตัวอย่างการเขียนเอกสารอ้างอิง

1. การอ้างอิงวารสาร ให้เขียนเป็นลําดับ ดังนี้

ชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง ชื่อวารสาร(ทําเป็นตัวเอน) ปี; ปีที่ (เล่มที่): เลขหน้าแรก-เลขหน้าสุดท้าย ดังตัวอย่าง

Anderson R, Arvidsson E, Crossner CG, et al. Comparison of two composite resins. J Periodontol 1998; 23:45-50.

สําหรับวารสารไทย ให้แปลเป็นภาษาอังกฤษก่อนแล้วใส่ (in Thai) ต่อท้าย โดยให้เขียนแบบ เดียวกับตัวอย่างภาษาอังกฤษ แต่ชื่อผู้เขียนให้ใส่ชื่อเต็มโดยใส่ชื่อตัวก่อนแล้วตามด้วยนามสกุล และ ให้ใช้ปี ค.ศ. ดังตัวอย่าง

Detsomboonrat P. Success of three mix antibiotics in non-instrumental endodontic treatment of primary molar [dissertation]. Bangkok: Chulalongkorn University; 2007 (in Thai).

2. การอ้างอิงจากหนังสือ ให้เขียนเป็นลําดับ ดังนี้

ชื่อผู้แต่ง ชื่อหนังสือ (ทําเป็นตัวเอน) ครั้งที่พิมพ์ เมืองที่พิมพ์ สํานักพิมพ์ ปีที่พิมพ์ เลขหน้า ดังตัวอย่าง

Little JW, Falace DA. Dental management of the medically compromised patient. 4th ed. St. Louis: Mosby; 1993: 590.

3. การอ้างอิงจากหนังสือที่มีผู้เขียนเฉพาะบท ให้เขียนเป็นลําดับดังนี้

ชื่อผู้เขียนบทอ้างอิง ชื่อบท ชื่อบรรณาธิการ ชื่อหนังสือ (ทําเป็นตัวเอน) ครั้งที่พิมพ์ เมืองที่พิมพ์ สํานักพิมพ์ ปีที่พิมพ์ หน้าที่อ้างอิง ดังตัวอย่าง

Taylor AT, Burton RD. Saliva glands. In: Tenovuo JO, ed: Human Saliva: Clinical Chemistry and Microbiology, Vol I. Boca Raton: CRC press; 1989: 223-233.

4. การอ้างอิงจากบทคัดย่อ ให้เขียนเป็นลําดับดังนี้

ชื่อผู้เขียน ชื่อเรื่อง ชื่อย่อของวารสาร (ทําเป็นตัวเอน) ปี; ปีที่ (เล่มที่): หน้า (เลขที่บทคัดย่อ) ดังตัวอย่าง

Mileman PA, Espelid I. Radiographic treatment decisions, a comparison between Dutch and Norwegian practitioners. J Dent Res 1991;65: 609 (Abstr 32).

5. การอ้างอิงวิทยานิพนธ์ ให้เขียนเป็นลําดับดังนี้

ชื่อผู้เขียน ชื่อเรื่อง ระดับของวิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัย ปีที่วิทยานิพนธ์สำเร็จสมบูรณ์ ดังตัวอย่าง

Chareonvicha W. The morphological change during developing class III malocclusion in females: a cross-sectional study. Master of Science (Orthodontics). Mahidol University, 1992.

6. เรื่องจากรายงานการประชุมวิชาการ ตัวอย่าง

Boehmer J. Esthetic thickening of the vestibular part of the upper full denture by preprosthetic surgery patients. Proceedings of the 12 Asian Pacific Dental Congress: Future trends in oral care. 5-10 December 1985, Bangkok, Thailand.

7. การอ้างอิงแหล่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ในรูปแบบแวนคูเวอร์ (Vancouver’s Style)

7.1 CD-ROM

Anderson SC, Poulsen KB. Anderson's electronic atlas of hematology [CD-ROM]. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 2002.

7.2 Journal article from the Internet

Abood S. Quality improvement initiative in nursing homes: the ANA acts in an advisory role. Am J Nurs [serial on the Internet]. 2002 Jun [cited 2002 Aug12];102(6):[about 3 p.]. Available from: http://www.nursingworld.org/AJN/2002/june/Wawatch.htm

7.3 Monograph on the Internet

Foley KM, Gelband H, editors. Improving palliative care for cancer [monograph on the Internet]. Washington: National Academy Press; 2001 [cited 2002 Jul 9]. Available fromhttp://www.nap.edu/books/0309074029/html/

7.4 Homepage/Web site

Cancer-Pain.org [URL of homepage on the Internet]. New York: Association of Cancer Online Resources, Inc.; c2000-01 [updated 2002 May 16; cited 2002 Jul 9].Available from: http://www.cancer-pain.org/

7.5 Part of a homepage/Web site

American Medical Association [URL of homepage on the Internet]. Chicago: The Association; c1995-2002 [updated 2001 Aug 23; cited 2002 Aug 12]. AMA Office of  Group Practice Liaison; [about 2 screens]. Available from : HYPER-LINK “http://www.ama-assn.org/ama/pub/category/1736.html”

7.6 Database on the Internet

Open database:

Who's Certified [URL of database on the Internet]. Evanston (IL): The American Board of Medical Specialists. c2000 - [cited 2001 Mar 8]. Available from: http://www.abms.org/newsearch.asp

Closed database:

Jablonski S. Online Multiple Congential Anomaly/Mental Retardation (MCA/MR) Syndromes [URL of database on the Internet]. Bethesda (MD): National Library of Medicine (US). c1999 [updated 2001 Nov 20; cited 2002 Aug 12]. Available from: http://www.nlm.nih.gov/mesh/jablonski/syndrome_title.html

7.7 Part of a database on the Internet

MeSH Browser [URL of database on the Internet]. Bethesda (MD): National Library of Medicine (US); 2002 - [cited 2003 Jun 10]. Meta-analysis; unique ID: D015201; [about 3 p.]. Available from: http://www.nlm.nih.gov/mesh/MBrowser.html Files updated weekly.

หมายเหตุ : การเรียกชื่อฟันในบทความควรใช้ชื่อเต็ม เช่น ฟันตัดบนซี่แรกด้านขวา ส่วนการเรียกชื่อฟัน ในรูปหรือตารางให้เป็นไปตามระบบ FDI two digit system

4. สําเนาพิมพ์

  ผู้เขียนบทความจะได้รับสําเนาพิมพ์บทความละ 20 ชุดถ้าผู้เขียนต้องการจํานวนมากให้แจ้งมายังกองบรรณาธิการและผู้เขียนจะต้องเสียค่าใช้จ่ายส่วนที่เพิ่มเอง

 

Instructions for Authors

1. Types of articles

Published articles in Chiang Mai Dental Journal will be:

1.1 Original articles: Research reports or unpublished recent academic research.

1.2 Review articles: Articles that contain important collected data from many books or journals and from the writer’s experience. Information should be described, analyzed, reviewed and compared so that it can be understood by readers precisely and in depth.

1.3 Case reports: Interesting patient case reports which include clinical symptoms, diagnosis, patient care, and follow-up? evaluation and treatment.

1.4 Miscellany: General articles, comments and feedback, useful news, translated stories, short written statements from international journals, abstracts, new research, introduction of innovations, questions & answers, and academic problems.

2. Preparation of Manuscripts

   Manuscripts submitted must be clear, and the editor should receive two copies (including illustrations). The writer should keep a copy and prepare the manuscript as follow:

2.1 Manuscript Typescripts: use A4 size paper, double spacing, one inch margins, important headlines underlined, pages single-sided, with page numbers on each page in the top right corner. Computer documents must use the Word Document Program and two manuscript file CDs must be submitted.

2.2 Articles, including tables and illustrations, should not be longer than 20 pages.

2.3 Manuscripts should be in Thai or English. Thai manuscripts must use terms specified by the rule of the Royal Institute. For terms not specified by the Royal Institute, transliterations should be written and the original word added in parentheses the first time the word is used.

2.4 Illustrations should be sharp, black and white pictures. If color pictures are submitted, the cost of color printing is to be paid by the authors. If there are drawings, they must be made with drawing ink on thick, white, glossy paper. Picture numbers and authors’ names are to be penciled on the back of the pictures, and the upper edge of each picture must be identified. If electronic image files are to be used, the images should be supplied in TIFF or JPEG format with maximum quality. A description of each picture is to be typed separately both in Thai and English, in ascending numerical order. The pictures should be submitted separately in envelopes, or separate files with individual filenames.

2.5 Tables are to be printed one per page. Titles, footnotes, descriptions of abbreviations and statistical significance both in Thai and English are to be included. The manuscript should indicate where in the text the tables and illustrations are to be printed.

3. Form for Submitted Manuscripts

Original articles and reviews should be itemised as follows:

3.1 Title should be short and informative, must not use abbreviations, and should be typed on the first page in both Thai and English.

3.2 Author’s name is to be printed on the second page. If there are several authors , arrange the names according to priority and give details of educational background, position, work place, and authors’ postal and e-mail addresses if avaiable, both in Thai and English. Also print corresponding author’s name and address.

3.3 Abstract is a short article referring briefly to objectives, methods, results (without quoting documents or illustrations or tables) and discussion. An abstract should be no more than 200 words in length and printed both in Thai and English.

Keywords: Articles should append keywords or short phrases of 3-10 syllables that will help with indexing. If using the English language, the vocabulary used should be that specified in the Medical Subject Headings Listed in Index Medicus.

3.4 Texts of research reports should be separated into the following headings. (If written in Thai, no English title in parenthesis is needed).

3.4.1 Introduction should include literature reviews of previous studies, research questions, and the rationale for conducting the study. The Introduction should not be too long and should be easy to read and understand.

3.4.2 Materials and Methods refers to the materials used in the study and the procedures and the methods by which the results were obtained. The Materials and Methods should be clearly described in a logical sequence.

3.4.3 Results show the data gained from the study’s design in text, tables and/or illustrations, as appropriate.

3.4.4 Discussion is criticism, explanation and defense of the results from the standpoint of the author, and comparison with other peoples’ reports. The discussion can include criticism of materials, methods and study results, problems and difficulties, pointing out the benefits of adoption and providing feedback where appropriate.

3.4.5 Conclusions refers to a summary of the study or research results.

3.4.6 Acknowledgements is a thank you note to sponsors, contributors and supporters of the study and report.

3.4.7 References should be confined to documents relating to the author’s article or study. The number should not exceed 80, placed in order and using numbers which are raised and put in parentheses, starting with number 1 in the article and reference document’s name. If there are six or fewer authors to the reference work referred to, all their names will be included, but for seven and above, only the first three names will be given, followed by et al. Journal abbreviations should follow the latest edition of the Index Medicus.

Examples of References

1. Journal reference is to be written in the folowing order:

Author(s). Title. Journal abbreviation (in Italics) year; volume: first page-last page number.

Example

Anderson R, Arvidsson E, Crossner CG, et al. Comparison of two composite resins. Periodontol 1998; 23:45-50.

Thai journals should be translated into English first, then put (in Thai) at the end, as written in the English example but with the full author name(s), beginning with the first (personal) name, and followed by the last name (surname) and the A.D. year date, as follows:

Detsomboonrat P. Success of three mix antibiotics in non-instrumental endodontic treatment of primary molar [dissertation]. Bangkok: Chulalongkorn University; 2007 (in Thai).

2. Book references are to be written as follows:

Author(s) Book name (in Italics) Edition, publishing city, year published and page number.

Example

Little JW, Falace DA. Dental management of the medically compromised patient. 4th ed.St. Louis: Mosby; 1993: 590.

3. Book reference that has an author for a specific chapter is to be written as follows:

Author's name(s). Chapter name. In: Book editor’s name, ed: Book name (in Italics), Edition number, publishing city: publisher; year published: page number(s).

Example

Taylor AT, Burton RD. Saliva glands. In: Tenovuo JO, ed: Human Saliva: Clinical Chemistry and Microbiology, Vol I. Boca Raton: CRC press; 1989: 223-233.

4. Abstract references are to be written as follows:

 Author(s). Abstract title. Journal abbreviation (in Italics) year; volume: page (abstract number)

Example

Mileman PA, Espelid I. Radiographic treatment decisions, a comparison between Dutch and Norwegian practitioners. J Dent Res 1991; 65: 609 (Abstr 32).

5. Thesis references are to be written as follows:

Author. Title. Level of the thesis. university, Thesis year completion.

Example

Chareonvicha W. The morphological change during developing class III malocclusion in females: a cross-sectional study. Master of Science (Orthodontics). Mahidol University, 1992.

6. Proceedings of conference

Author. Title. Conference’s title. Date of the conference, Place of the conference.

Example

Boehmer J. Esthetic thickening of the vestibular part of the upper full denture by preprosthetic surgery patients. Proceedings of the 12 Asian Pacific Dental Congress: Future trends in oral care. 5-10 December 1985, Bangkok, Thailand.

7. Electronic source reference using Vancouver Style

7.1 CD-ROM

Anderson SC, Poulsen KB. Anderson's electronic atlas of hematology [CD-ROM]. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 2002.

 7.2 Journal article from the Internet

Abood S. Quality improvement initiative in nursing homes: the ANA acts in an advisory role. Am J Nurs [serial on the Internet]. 2002 Jun [cited 2002 Aug 12];102(6):[about 3 p.]. Available from: http://www.nursingworld.org/AJN/2002/june/Wawatch.htm

7.3 Monograph on the Internet

Foley KM, Gelband H, editors. Improving palliative care for cancer [monograph on the Internet]. Washington: National Academy Press; 2001 [cited 2002 Jul 9]. Available from http://www.nap.edu/books/0309074029/html/

7.4 Homepage/Web site

Cancer-Pain.org [URL of homepage on the Internet]. New York: Association of Cancer Online Resources, Inc.; c2000-01 [updated 2002 May 16; cited 2002 Jul 9]. Available from: http://www.cancer-pain.org/

7.5 Part of a homepage/Web site

American Medical Association [URL of homepage on the Internet]. Chicago: The Association; c1995-2002 [updated 2001 Aug 23; cited 2002 Aug 12]. AMA Office of Group Practice Liaison; [about 2 screens]. Available from : HYPER-LINK “http://www.ama-assn.org/ama/pub/category/1736.html”

7.6 Database on the Internet

Open database:

Who's Certified [URL of database on the Internet]. Evanston (IL): The American Board of Medical Specialists. c2000 - [cited 2001 Mar 8]. Available from: http://www.abms.org/newsearch.asp

Closed database:

Jablonski S. Online Multiple Congential Anomaly/Mental Retardation (MCA/MR) Syndromes [URL of database on the Internet]. Bethesda (MD): National Library of Medicine (US). c1999 [updated 2001 Nov 20; cited 2002 Aug 12]. Available from: http://www.nlm.nih.gov/mesh/jablonski/syndrome_title.html

7.7 Part of a database on the Internet

MeSH Browser [URL of database on the Internet]. Bethesda (MD): National Library of Medicine (US); 2002 - [cited 2003 Jun 10]. Meta-analysis; unique ID: D015201; [about 3 p.]. Available from: http://www.nlm.nih.gov/mesh/MBrowser.html Files updated weekly.

Note: Dental nomenclature in the manuscript should be complete words, such as maxillary right central incisor. Numbering of teeth from pictures or tables should follow the FDI two digit system.

4. Reprints

        The author will receive 20 copies per article. If the author needs more copies, s/he should so inform the editorial department. However, the writer may be responsible for the extra costs.